หมวด 4 การดำเนินงาน

หมวด 4 การดำเนินงาน


ข้อ 11. การลงลายมือชื่อแทนสหกรณ์ การลงลายมือชื่อเพื่อให้มีผลผูกพันกับสหกรณ์ เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นพิเศษ ตามข้อบังคับนี้ให้ปฏิบัติดังนี้
        (1) หนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืมหรือให้กู้ยืม ตลอดจนการเบิกหรือ การรับเงินกู้ การจำนองซึ่งสหกรณ์เป็นผู้จำนองหรือผู้รับจำนอง การถอนเงินฝากของสหกรณ์ และในนิติกรรมอื่นๆ จะต้องลงลายมือชื่อของ ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการ หรือเลขานุการ หรือเหรัญญิก หรือกรรมการผู้ที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมายกับผู้จัดการ รวมกันเป็นสองคน
        (2) การรับฝากเงิน ใบรับเงินและเอกสารทั้งปวง นอกจากที่กล่าวไว้ใน (1) ต้องลงลายมือชื่อของผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
        อนึ่ง ในหนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม ใบสั่งจ่าย ใบรับเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และ ตราสารการเงินของสหกรณ์นั้น ต้องประทับตราของสหกรณ์เป็นสำคัญด้วย เว้นแต่ ตั๋วเงินหรือ ตราสารการเงินที่สถาบันการเงินคู่สัญญากับสหกรณ์ไม่ประสงค์ให้มีการประทับตราเป็นสำคัญ
 
การกู้ยืมหรือการค้ำประกัน
 
ข้อ 12. วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกัน ที่ประชุมใหญ่อาจกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือ การค้ำประกัน สำหรับปีหนึ่งๆ ไว้ตามที่จำเป็นและสมควรแก่การดำเนินงาน วงเงินซึ่งกำหนด ดังว่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
            ถ้าที่ประชุมใหญ่ยังมิได้กำหนดหรือนายทะเบียนสหกรณ์ยังมิได้ให้ความเห็นชอบ วงเงินกู้ยืมสำหรับปีใด ก็ให้ใช้วงเงินกู้ยืมสำหรับปีก่อน

ข้อ 13. การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกัน สหกรณ์อาจกู้ยืมเงิน หรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือออกตราสารการเงิน หรือโดยวิธีอื่นใด สำหรับใช้เป็นทุนดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ได้ ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรทั้งนี้จะต้องอยู่ภายในวงเงินกู้ยืม หรือการค้ำประกันประจำปีตามข้อ 12
 
การรับฝากเงิน
 
ข้อ 14. การรับฝากเงิน สหกรณ์อาจรับฝากเงินประเภทออมทรัพย์หรือประเภทประจำจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่นหรือสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งมีสมาชิกของสมาคมนั้นไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ทั้งนี้ตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบ จากนายทะเบียนสหกรณ์
            ข้อกำหนดเกี่ยวกับการฝาก ดอกเบี้ย การถอนเงินฝากและอื่นๆให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
            ทั้งนี้ ให้สหกรณ์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง

การให้เงินกู้

ข้อ 15. การให้เงินกู้ การให้เงินกู้นั้นอาจให้ได้แก่
            (1)  สมาชิกของสหกรณ์
            (2)  สหกรณ์อื่น 
            การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้ตามข้อบังคับและตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
            ข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้ ประเภทและจำกัด แห่งเงินกู้ หลักประกันสำหรับเงินกู้  ลำดับแห่งการให้เงินกู้  การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ การควบคุมหลักประกัน การเรียกคืนเงินกู้และอื่นๆให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์
            การให้เงินกู้แก่สหกรณ์อื่นนั้นคณะกรรมการดำเนินการจะพิจารณาให้กู้ได้ต่อเมื่อสหกรณ์มีเงินทุนเหลือจากการให้เงินกู้แก่สมาชิกแล้ว ตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
            สมาชิกหรือสหกรณ์อื่นซึ่งประสงค์จะขอกู้เงินจากสหกรณ์นี้ ต้องเสนอคำขอกู้ ตามแบบและระเบียบของสหกรณ์ที่กำหนดไว้
  
ข้อ 16. ความมุ่งหมายแห่งเงินกู้ เงินกู้ซึ่งให้แก่สมาชิกไม่ว่าประเภทใดๆ จะให้ได้แต่เฉพาะเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร
            ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการสอดส่อง และกวดขันการใช้เงินกู้ของสมาชิก ให้ตรงตามความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

ข้อ 17. ประเภทแห่งเงินกู้ สหกรณ์อาจให้เงินกู้แก่สมาชิก ได้ตามประเภทและ จำกัดดังต่อไปนี้
            (1) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน  ในกรณีที่สมาชิกมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็น รีบด่วนและมีความประสงค์ขอกู้เงินคณะกรรมการดำเนินการ อาจให้เงินกู้เพื่อเหตุนั้นได้ ตามระเบียบของสหกรณ์
            (2) เงินกู้สามัญ  ในกรณีที่สมาชิกมีความประสงค์ขอกู้เงินสำหรับใช้จ่ายเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ต่างๆ คณะกรรมการดำเนินการ อาจพิจารณาให้เงินกู้สามัญ  แก่สมาชิกนั้นได้ ตามระเบียบของสหกรณ์
            (3) เงินกู้พิเศษ  เมื่อสหกรณ์มีฐานะการเงินก้าวหน้าพอที่จะช่วยเหลือให้เงินกู้ เพื่อส่งเสริมฐานะความมั่นคง หรือเพื่อการเคหะ หรือเพื่อการอื่นที่ก่อประโยชน์แก่สมาชิกได้ โดยจำนวนเกินกว่าจำกัดที่สมาชิกนั้นอาจได้รับเงินกู้สามัญ ตามที่กล่าวใน(2) คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้พิเศษแก่สมาชิกนั้นได้ตามที่เห็นสมควร โดยผู้ขอกู้ต้องระบุ                       ความมุ่งหมายแต่ละกรณีของเงินกู้ประเภทนี้ตลอดจนเงื่อนไข วิธีการและต้องมีหลักประกัน ตามระเบียบของสหกรณ์

ข้อ 18. ดอกเบี้ยเงินกู้ ให้สหกรณ์เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่ให้แก่สมาชิก ในอัตราตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

ข้อ 19. การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้ ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์ และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดบกพร่องผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
           ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใดๆ เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิงพร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันที  โดยมิพักต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้ และให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเรียกคืนโดยมิชักช้า
           (1) เมื่อสมาชิกผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ
           (2) เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการว่าผู้กู้นำเงินไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น
           (3) เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่า หลักประกันสำหรับเงินกู้รายใด เกิดบกพร่อง และผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
           (4) เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยหรือชำระไม่ครบถ้วน ตามงวดสัญญาที่ต้องชำระเป็นเวลาถึงสามเดือนสำหรับเงินกู้รายหนึ่งๆ นับตั้งแต่ได้รับแจ้ง จากสหกรณ์เป็นลายลักษณ์อักษร
            ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้ตามที่กล่าวในวรรคก่อน และไม่สามารถชำระหนี้นั้นโดยสิ้นเชิงได้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอคณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผัน ให้ผู้ค้ำประกันชำระเป็นงวดรายเดือนจนครบจำนวนตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ไว้ต่อสหกรณ์ ก็ได้
    
ข้อ 20. ความผูกพันของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันต้องรับผูกพันว่า ถ้าตนประสงค์จะขอโอนหรือย้าย หรือลาออกราชการ หรืองานประจำตามข้อ 33(5) จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบและจัดการชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนเว้นแต่กรณีที่ยังคงเป็นสมาชิกอยู่ตามข้อ 45
 
การฝากหรือการลงทุนของสหกรณ์
 
ข้อ 21. การฝากหรือการลงทุนของสหกรณ์ เงินของสหกรณ์นั้นสหกรณ์อาจฝากหรือลงทุนได้ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์  ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนดภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในพระราชบัญญัติสหกรณ์  โดยให้คำนึงถึงความมั่นคงและประโยชน์สูงสุดที่สหกรณ์หรือสมาชิกจะได้รับ
 
การเงินและการบัญชีของสหกรณ์
ข้อ 22. การเงินของสหกรณ์ การรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้จัดการ  ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์
            การบัญชีของสหกรณ์ ให้สหกรณ์จัดให้มีการทำบัญชี ตามแบบและรายการ ที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดและเก็บรักษาบัญชี และเอกสารประกอบการลงบัญชี ไว้ที่สำนักงานสหกรณ์ภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
            ให้บันทึกรายการในบัญชีเกี่ยวกับกระแสเงินสดของสหกรณ์ในวันที่เกิดเหตุนั้น สำหรับเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกระแสเงินสดให้บันทึกรายการในสมุดบัญชีภายในสามวันนับแต่ วันที่มีเหตุอันจะต้องบันทึกรายการนั้น และการลงบันทึกต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชี ที่สมบูรณ์โดยครบถ้วน
            ให้สหกรณ์จัดทำงบดุล อย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือนอันจัดว่าเป็นรอบปีทางบัญชีของสหกรณ์ ซึ่งต้องมีรายการแสดงสินทรัพย์ หนี้สินและทุนของสหกรณ์ กับทั้งบัญชีกำไรขาดทุนตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดวันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์ให้สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี

ข้อ 23. การเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการดำเนินการ เสนองบดุล ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบ และรับรองแล้วต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อพิจารณาอนุมัติ ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี
            การเสนองบดุล ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย
            ให้สหกรณ์ส่งสำเนางบดุลที่เสนอต่อที่ประชุมใหญ่นั้นไปยังสมาชิก และให้เปิดเผย ไว้ ณ สำนักงานสหกรณ์ก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
            ให้สหกรณ์ส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์กับงบดุล ไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
            ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์กับงบดุล ไว้ที่สำนักงานสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้

กำไรสุทธิประจำปี
 
ข้อ 24 . การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี เมื่อสิ้นปีทางบัญชีและได้ปิดบัญชีตามมาตรฐาน การบัญชี ที่รับรองโดยทั่วไปแล้ว ปรากฏว่าสหกรณ์มีกำไรสุทธิ ให้จัดสรรเป็นทุนสำรอง ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของกำไรสุทธิ และเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย  ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงแต่ต้องไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิ
             กำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรตามความในวรรคก่อนนั้นที่ประชุมใหญ่อาจจัดสรรได้ ดังต่อไปนี้
        (1) เป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วให้แก่สมาชิก แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนด ในกฎกระทรวง โดยคิดให้ตามส่วนแห่งระยะเวลา  
             อนึ่ง ถ้าสหกรณ์ถอนทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลตาม (4) ออกจ่ายเป็น  เงินปันผลสำหรับปีใดด้วยจำนวนปันผลทั้งสิ้นที่จ่ายสำหรับปีนั้นก็ต้องไม่เกินอัตราดังกล่าวมาแล้ว
             ในการคำนวณเงินปันผลตามหุ้น ให้ถือว่าหุ้นที่สมาชิกได้ชำระต่อสหกรณ์  ภายในวันที่เจ็ดของเดือน มีระยะเวลาสำหรับคำนวณเงินปันผลตั้งแต่เดือนนั้น ส่วนหุ้นที่สมาชิกชำระต่อสหกรณ์หลังวันที่เจ็ดของเดือน สหกรณ์จะคิดเงินปันผลให้ตั้งแต่เดือนถัดไป
        (2) เป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนจำนวนรวมแห่งดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งสมาชิกนั้นๆ ได้ส่งแก่สหกรณ์ ในระหว่างปี แต่สมาชิกที่ผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ ไม่ว่าเงินต้น หรือดอกเบี้ยในปีใด มิให้ได้รับเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีนั้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่สหกรณ์กำหนด
        (3) เป็นเงินโบนัส แก่กรรมการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างสหกรณ์ไม่เกินร้อยละสิบ ของกำไรสุทธิ
        (4) เป็นทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลไม่เกินร้อยละสองแห่งทุนเรือนหุ้น ของสหกรณ์ ตามที่มีอยู่ในวันสิ้นปีนั้นจนกว่าจะมีจำนวนถึงร้อยละแปดแห่งทุนเรือนหุ้นดังกล่าว ทุนรักษาระดับ อัตราเงินปันผลนี้จะถอนได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่ เพื่อจ่ายเป็นเงินปันผลตาม (1) 
        (5) เป็นทุนเพื่อการศึกษาอบรมทางสหกรณ์ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ ตามระเบียบของสหกรณ์
        (6) เป็นทุนสาธารณประโยชน์ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ ตามระเบียบ ของสหกรณ์
        (7) เป็นทุนสวัสดิการหรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัว ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิตามระเบียบของสหกรณ์
        (8) เป็นทุนจัดตั้งสำนักงานหรือกองทุนต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่สหกรณ์
        (9) กำไรสุทธิส่วนที่เหลือให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น
 
ทุนสำรอง
 
ข้อ 25. ที่มาแห่งทุนสำรอง นอกจากจัดสรรจากกำไรสุทธิตามข้อ 24 แล้ว บรรดาเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้แก่สหกรณ์ ถ้าผู้ยกให้มิได้ระบุว่าให้ใช้เพื่อการใดโดยเฉพาะ ก็ให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น
            จำนวนเงินซึ่งสหกรณ์พึงจ่ายแก่บุคคลใดก็ตาม ถ้าไม่มีการเรียกร้องจนพ้นกำหนด อายุความก็ให้สมทบจำนวนเงินนั้นเป็นทุนสำรอง
             กำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเสนอแนะให้ที่ประชุมใหญ่จัดสรรตามข้อ 24 หากที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่ารายการใดไม่สมควรจัดสรรหรือตัดจำนวนให้น้อยลงก็ดี ยอดเงินจำนวนดังกล่าว ให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น

ข้อ 26. สภาพแห่งทุนสำรอง ทุนสำรองย่อมเป็นของสหกรณ์โดยส่วนรวม สมาชิกจะแบ่งปันกันไม่ได้หรือจะเรียกร้องแม้ส่วนหนึ่งส่วนใดก็ไม่ได้
            ทุนสำรองนี้จะถอนได้ในกรณีเพื่อชดเชยการขาดทุนเท่านั้น หรือเพื่อจัดสรรเข้าบัญชี ทุนสำรองให้แก่สหกรณ์ใหม่ที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกจากสหกรณ์เดิม ตามความในบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์
 
ทะเบียน  บัญชี  และเอกสารอื่น

ข้อ 27. ทะเบียนและบัญชี ให้สหกรณ์มีทะเบียนสมาชิก ทะเบียนหุ้น และทะเบียนอื่นๆ ตลอดจนสมุดรายงานการประชุม และบัญชีตามแนบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด และตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรให้มีขึ้น
            เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิก หรือทะเบียนหุ้น  ให้สหกรณ์รายงานการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันสิ้นปีทางบัญชี
            สมาชิกอาจขอตรวจดูเอกสารดังกล่าวในวรรคก่อนก็ได้ ณ สำนักงานของสหกรณ์ ในระหว่างเวลาทำงาน แต่จะดูบัญชีหรือทะเบียนเกี่ยวกับ เงินค่าหุ้น เงินฝาก หรือเงินกู้ ของสมาชิกรายอื่นไม่ได้ นอกจากจะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือของสมาชิกนั้นและ ได้รับอนุญาตจากผู้จัดการก่อน

ข้อ 28. กฎหมายและข้อบังคับ ให้สหกรณ์จัดให้มีพระราชบัญญัติสหกรณ์และกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์ ซึ่งคงใช้อยู่กับข้อบังคับและระเบียบ ของสหกรณ์นี้ไว้ ณ สำนักงานของสหกรณ์ สมาชิกและผู้สนใจอาจขอตรวจดูได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
 
การตรวจสอบบัญชีและการกำกับดูแลสหกรณ์
 
ข้อ 29. การตรวจสอบบัญชี  บัญชีของสหกรณ์นั้น ต้องได้รับการตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง โดยผู้สอบบัญชี ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้ง  การตรวจสอบบัญชีนั้นให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน การสอบบัญชีรับรองทั่วไปและตามระเบียบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด

ข้อ 30. การกำกับดูแลสหกรณ์ นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ ผู้ตรวจการสหกรณ์ หรือผู้สอบบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ คณะกรรมการอื่นผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ หรือเชิญสมาชิกของสหกรณ์ มาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์หรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสหกรณ์หรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมได้ทั้งอาจเรียกและเข้าร่วมประชุมใหญ่ หรือ ประชุมคณะกรรมการอื่นๆ ตลอดจนตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี ทะเบียน เอกสาร และใบสำคัญต่างๆ ของสหกรณ์ได้
            ทั้งนี้ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องตามความในวรรคแรก อำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือและชี้แจงข้อความในเรื่องเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ให้ทราบตามความสมควร
    
ข้อ 31. การส่งรายการหรือรายงาน ให้สหกรณ์ส่งรายการหรือรายงานเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลตามแบบระยะเวลาที่หน่วยงานนั้นกำหนด